เพราะเหตุใดราคาทองคำกับน้ำมันจึงไปในทิศทางเดียวกัน

ในทองคำนั้นมีผู้ลงทุนหลักๆ อยู่สองประเภท ประเภ?แรกนั้นก็คือ ผู้ที่ใช้ทองคำจริง เช่นในอุตสาหกรรมเครื่องประดับและอัญมณี และกลุ่มที่สองคือ กลุ่มคนที่เลือกลงทุนในทองคำเป็นทางเลือกในการลงทุนชนิดหนึ่ง เช่นซื้อทองคำแท่งมารอเก็งกำไร ซื้อกองทุนทองคำ รวมถึงธนาคารกลาง เพราะตัวธนาคารกลางนั้นมักจะเก็บทองไว้ส่วนหนึ่งไว้เป็นทุนสำรอง

 

ความต้องการของตลาดอุตสาหกรรมที่ใช้ทองคำจริงๆนั้น ก็เปลี่ยนไปตาม DemandและSupply ซึ่งก็จะเติบโตไปตามอุตสาหกรรมของเครื่องประดับและอัญมณี

 

สำหรับนักลงทุนแล้ว ทองคำนั้นถือเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าเสมือนเงินตรามานานมากแล้ว ทองคำนั้นไม่ผุกร่อนหรือเปลี่ยนสภาพไปตามระยะเวลา เพราะเหตุนี้จึงเป็นที่นิยมกันมาอย่างยาวนาน ธนาคารในแต่ละประเทศนั้นมักจะกักเก็บทองคำไว้เป็นทุนสำรอง

 

สำหรับผู้ลงทุนแล้ว ทองคำในแง่ของการ "รักษาคุณค่า" ในตัวมันเองนั้นไม่เคยเปลี่ยนแปลงไม่ว่าในสถานการณ์ไหน จะสังเกตว่า เวลาเกิดเหตุการณ์วิกฤติอะไรสักอย่าง เช่นมีสงคราม ความต้องการลงทุนในทองคำจะเพิ่มขึ้น เพราะทองคำถือเป็น Save Haven ในยามที่เกิดความไม่แน่นอน

 

ในเวลาที่เงินตราถูกกดดันจากภาะวะเงินเฟ้อนั้น ค่าเงินของสกุลประเทศนั้นๆจะด้อยค่าลง แต่มูลค่าราคาทองคำนั้นจะไม่เปลี่ยนแปลงไปตามเงินตรา เพราะเหตุนี้หากค่าเงินด้อยค่าลงวเพราะเหตุเกิดจากเงินเฟ้อ ราคาทองคำก็จะสูงขึ้นเพื่อชดเชยเงินตรา ทองคำจึงมีราคาสูงเมื่อโลกมีอัตราภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น

 

น้ำมันเกี่ยวไรกับทองคำ

 

น้ำมันถือเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ หากน้ำมันนั้นมีราคาที่สูงขึ้น ภาวะเงินเฟ้อก็จะตามมา เพราะเหตุนี้ราคาทองคำจึงมีความสัมพันธ์กับน้ำมันในทางอ้อมด้วย

 

ตามที่ได้กล่าวมานักลงทุนจึงสามารถที่จะดูราคาน้ำมันเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการลงทุนทองคำได้อีกด้วย และราคาทองนั้นยังมีความสัมพันธ์ที่ตรงกันข้ามกับค่าเงินดอลลาร์ เพราะทองคำนั้นซื้อขายกันในสกุลเงินดอลลาร์หากค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัว ทองคำก็จะสูงขึ้นเพื่อรักษาค่าในตัวของมันเอง

 

หากต้องการปรึกษาหรือทำการซื้อขายทองแท่งสามารถเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ http://www.gcap.co.th/gcapgold/product.php  บริษัท จีแคป จำกัด นั้นเป็นบริษัทที่เปิดมานานกว่า 60 ปี มีผู้เชียวชาญในเรื่องของทองคำพร้อมให้คำปรึกษา ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน